สินค้าดี บริการโดน เสื้อผ้า บ้าน ทัวร์ สุขภาพ

ลักษณะอย่างไรจึงจะถือว่าสุขภาพจิตไม่ดี

บุคคลที่มีสุขภาพจิตไม่ดี มักจะมีความวิตกกังวลด้วยวิธีการที่ไม่สมเหตุสมผล และจะใช้กลวิธานป้องกันตนเองอยู่ตลอดเวลา และจะทำให้พฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากปกติธรรมดา พฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากปกติธรรมดานี้อาจเรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ โดยเริ่มจากดีกรีน้อยไปจนถึงดีกรีมาก ซึ่งในกรณีนี้เจ้าตัวมักจะไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่คิดว่าตัวเองมีปัญหาหรือเจ็บป่วยอะไร ไม่รับรู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจนก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นหรือสังคม หรือรู้ตัวแต่ควบคุมพฤติกรรมของตนเองไม่ได้ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนรอบข้าง เช่น คนที่เคยมีนิสัยเรียบร้อย พูดจาสุภาพอ่อนหวาน กลายเป็นคนอารมณ์ร้อนฉุนเฉียว เอาแต่ใจตัวเอง ชอบทำอะไรเกินเหตุและแผลงๆ บางรายมีอาการระแวง คิดว่าเพื่อนบ้านกลั่นแกล้งคอยจับผิด เลยอาละวาดด่าทอเพื่อนบ้าน บางคนเป็นโรคคลั่งดาราขนาดหนัก คลั่งหรือหลงเสน่ห์คนเด่นดังคนที่มีหน้ามีตาในสังคม คอยติดตาม ให้เป็นที่น่ารำคาญและน่ากลัวว่าจะทำร้ายเอาด้วยความลุ่มหลง หลายๆ รายก่อเรื่องจนเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งที่จริงแล้วอาจเป็นอาการของโรคจิตโรคประสาทกำเริบ นอกจากนี้ยังมีอีกมากมายหลายรูปแบบ ที่อันตรายมากคือคนไข้ประเภทนี้มักไม่ตระหนักถึงความเจ็บป่วยของตัวเอง ไม่รับรู้ว่าตัวเองป่วย ทำให้ไม่ยอมรับการตรวจวินิจฉัยหรือรักษา จึงรบกวนและสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว สุขภาพกายและสุขภาพจิต จำเป็นอย่างยิ่งที่ควรต้องได้รับการสนับสนุนส่งเสริมไปด้วยกัน ผู้ที่มีโรคทางกายเรื้อรัง จิตใจก็จะเป็นส่วนสำคัญที่คอยประคองให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ และร่วมมือในการรักษา เพื่อต่อสู้โรคทางกายต่อไปอย่างมุ่งมั่น แต่หากมีปัญหาทางจิตใจที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็จะส่งผลซ้ำเติมโรคทางกายที่เป็นอยู่ จนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ สิ้นหวัง หรือแม้กระทั่งไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เราต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต จึงควรฝึกสำรวจจิตใจตนเอง โดยหมั่นทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเอง รู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับความเครียดที่เกิดขึ้น และหาวิธีจัดการกับความเครียดนั้น รวมถึงการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ อาจเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ความเครียดส่งผลกระทบต่อโรคทางกายและเพื่อป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตใจซ้ำเติมอีกด้วย

สัญญาณเสี่ยงสุขภาพจิตมีปัญหา

ปัญหาสุขภาพจิต อาจเกิดขึ้นได้กับคนที่เพิ่งประสบเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต แต่จำเป็นต้องไปพบจิตแพทย์หรือไม่ ลองสังเกตอาการและสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่มีใครเลี่ยงการเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ ซึ่งหากใครประสบพบเจอกับเรื่องร้าย ๆ หรือเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างกะทันหัน ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่สภาพจิตใจของเราจะรู้สึกย่ำแย่ บางคนอาจมีอาการโกรธ หงุดหงิด วิตกกังวล เศร้า ร้องไห้ อาจมีอารมณ์รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมหรือเฉื่อยชาลงมากกว่าเดิม ครุ่นคิด คิดซ้ำ ๆ ถึงภาพและเหตุการณ์ความรุนแรงที่ได้พบ สับสน ไม่มีสมาธิ เงียบขึ้น หรือแยกตัว นอน ไม่หลับ ฝันร้าย ฯลฯ สารพัดอาการเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตก เพราะกรมสุขภาพจิตยืนยันว่า ถือเป็นปฏิกิริยา “ปกติ” ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ “ไม่ปกติ” และอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป บางคนอาจมีอาการเหล่านี้เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนได้ แต่ไม่ควรเกิน 1 เดือน ที่สำคัญ ต้องเข้าใจว่าผู้ที่มีอาการเหล่านี้ไม่ใช่ผู้เจ็บป่วยทางจิต และไม่ใช่ผู้อ่อนแอแต่อย่างใด อาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการแสดงออกทางจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเท่านั้น ทั้งนี้ หากได้รับการช่วยเหลือและดูแลทางด้านจิตใจอย่างเหมาะสม ส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ อย่างไรก็ตาม มีเพียงประมาณ ร้อยละ 5-10 […]

สุขภาพจิตดีเริ่มต้นที่ตัวเราเอง

ปัญหาที่ถาโถมเข้ามาเพื่อทดสอบความอดทนของเรา เป็นสิ่งที่เราจะต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งหากเรามีการฝึกควบคุมสุขภาพจิตให้ดี ก็ย่อมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้สามารถเอาชนะอุปสรรคที่กีดขวางความสำเร็จของเราได้ การจะมีสุขภาพที่ดีโดยสมบูรณ์ได้นั้น จึงจำเป็นจะต้องรู้จักวิธีดูแลสุขภาพจิตใจควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพกาย ทีนี้ เราลองมาดูวิธีดูแลสุขภาพจิตกันดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรบ้าง จึงจะทำให้มีจิตใจผ่องแผ้ว เบิกบานนั้น ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ความเหมาะสมและสถานการณ์ที่คุณเผชิญอยู่ในปัจจุบัน การเป็นคนช่างคิดอาจเหมาะสมต่อการเป็นนักวิจัยหรือนักวิเคราะห์ที่จำเป็นต้องใช้ความรู้ตามสายอาชีพเฉพาะทาง แต่ในบางทีนั้น เราก็ควรจะปล่อยให้เรื่องบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สำคัญผ่านไปบ้างแบบไม่ต้องคิดถึงมัน เพราะหากเราเก็บทุกสิ่งทุกอย่างมาคิดมากจนเกินไป ก็จะทำให้เกิดความหมกมุ่นหรือเกิดความเครียดมากไปเสียเปล่า การเลือกที่จะคิดและไม่คิดจึงมีส่วนในการช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ดี และไม่มีผมหงอกเร็วกว่าวัยอันควร การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้เราสามารถดำเนินไปในทิศทางที่ถูกที่ควรได้ แต่หากเราตั้งเป้าหมายบางอย่างเอาไว้สูงเกินไปเพื่อหวังที่จะท้าทายความสามารถของตน บางทีก็อาจเป็นดาบสองคมที่ทำให้เกิดความกดดันและบั่นทอนสุขภาพจิตของเราได้ สิ่งที่สมควรจะทำก็คือการตั้งเป้าหมายให้สูงกว่าที่คิดว่าจะทำได้เล็กน้อย และเผื่อใจเอาไว้บ้างว่าบางทีอาจจะมีอุปสรรคที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ก่อนมากระทบ จนทำให้เราไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้อย่างใจหวัง จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจและนั่งจิตตกในวันที่ชีวิตไม่เป็นไปดังใจคิด การมองโลกในแง่ดีเป็นสิ่งที่จะช่วยให้โลกสดใสและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แม้ว่าในบางครั้งอาจจะทำให้เราถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกกลั่นแกล้งจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ดีได้ แต่เชื่อเถอะค่ะว่า การมองโลกในแง่ดีจะช่วยให้คุณเป็นที่รักของบุคคลรอบข้าง หรืออาจทำให้คุณได้เรียนรู้โลกในมุมใหม่ๆ ที่ช่วยทำให้ทัศนคติของคุณกว้างไกลมากขึ้นได้นั่นเอง เมื่อรู้สึกท้อใจหรือหรือสิ้นหวัง อย่าคิดว่าจะไม่มีทางออก เพราะทุกๆปัญหาย่อมมีทางออกที่ดีเสมอ เพียงแต่เราต้องพยายามค้นทางสิ่งเหล่านั้นให้พบให้ได้ อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำคือการหมั่นสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ซึ่งกำลังใจก็อาจจะหาได้จากคนใกล้ตัวคุณ เช่น ความรักความผูกพันของคนในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนฝูงที่สนิทและรู้ใจ ความศรัทธาทางศาสนาเพื่อหาที่พึ่งทางจิตใจ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านปัญหาที่แสนทุกข์ร้อนเหล่านี้ออกไปได้ และจะยิ่งทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเมื่อวาน นอกจากนี้ การรู้จักให้รางวัลเมื่อตนเองบรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะการที่เรารู้จักตอบแทนสิ่งที่เราตั้งใจและพยายามอย่างเต็มกำลังความสามารถ จะทำให้เรามีกำลังใจและพร้อมที่จะทำสิ่งที่ยากยิ่งขึ้นไปอีกแม้ว่ามันจะลำบากมากแค่ไหนก็ตาม การหมั่นทำอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใสและหัวเราะบ่อยๆ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้คุณมีอายุยืนยาวมากขึ้น เพราะการทำตัวให้มีสุขภาพจิตที่ดีด้วยการยิ้มหรือหัวเราะนั้น จะช่วยให้คุณผ่อนคลายความตึงเครียดและมีจิตใจที่ร่าเริงแจ่มใสมากขึ้นได้ การหัวเราะไม่เพียงแต่เป็นการบริหารจิตใจของเราเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า และทำให้คุณดูมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าวัยได้ด้วย

เสริมสร้างสุขภาพจิต ด้วยกายออกกำลังกายมีประโยชน์กับตัวของคุณมากเพียงใด

คุณรู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพมีประโยชน์กับตัวของคุณมากเพียงใด บางคนไปออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ เพียงเพื่อให้ตัวเองรูปร่างดี การวิจัยเรื่องประโยชน์จากการออกกำลังกายขององค์กรส่วนใหญ่ พบว่าการออกกกำลังกายนอกจากมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีให้กับผู้ที่ออกกำลังกายด้วย เช่น นักวิจัยของมหาวิทยาลัยดูก (Duke University) ที่ใช้เวลากว่า 4 เดือนในงานวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของการออกกำลังกาย พบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง มีปัญหาเรื่องโรคความดันสูงหรือความเครียดลดน้อยลงโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังทำให้ทราบว่าผู้ที่เล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอจะมีสุขภาพจิตที่ดี สอดคล้องกับผลการสำรวจหนึ่งที่พบว่าการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพียงแค่ 8 นาที สามารถลดความซึมเศร้า ความตึงเครียด และความโกรธ อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บลงได้ ดังนั้น จึงช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ขณะเดียวกันการออกกำลังกายยังทำให้หลายคนมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะมีโอกาสได้พบปะกับผู้คนหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนหมู่มากบ่อยขึ้น จึงช่วยลดความเขินอาย ทั้งช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดี การออกกำลังกายจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือสำหรับป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพ ทางกาย และอารมณ์ได้เป็นอย่างดี จูดิธ แอสตัน ผู้อำนวยการและผู้ฝึกอบรมเรื่องการควบคุมจิตใจของสถาบัน Galter Life Center ใน เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าการออกกำลังกายช่วยให้รู้สึกดีหรือมีความสุขได้ เพราะระหว่างที่เล่นกีฬาหรือหลังจากเล่นกีฬา ร่างกายจะปล่อยสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “เอนดอว์ฟิน” หรือ สารแห่งความสุข […]

โรคจิตเภทที่มีลักษณะอาการทางบวกและลักษณะอาการทางลบ

โรคจิตเภท มักเริ่มเป็นในช่วงวัยรุ่นในรายที่ไม่ได้รับการรักษาจะไม่หายเอง ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหาก้าวร้าว อาละวาด ตีคน บางรายถูกจับล่ามโซ่เพราะญาติไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่ออายุมากขึ้นอาการพฤติกรรมที่ผิดปกติจะค่อยๆลดลง ผู้ป่วยจะอาละวาดน้อยลงแต่จะเหลืออาการ พฤติกรรมที่ปกติหายไปมากขึ้น ผู้ป่วยจะไม่อาบน้ำ เนื้อตัวสกปรก บางรายเร่ร่อนเที่ยวเดินคุ้ยขยะ ผู้ป่วยโรคจิตเภทบางรายมีอาการดีขึ้นเมื่อแก่ตัวและเริ่มรู้ว่าชีวิตทั้งชีวิตหายไปโดยไม่ได้เรียนรู้วิชาชีพหรือทำอะไรขึ้นมาเลยและเกิดภาวะซึมเศร้า บางรายถึงกับฆ่าตัวตาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาจะช่วยให้อาการต่างๆดีขึ้น ผู้ป่วยที่รักษาได้ผลดีจะไม่วุ่นวาย กลับไปเรียนหรือทำงานได้แต่มักไม่ดีเท่าเดิม และมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้อีกถ้าขาดยา หรือประสบปัญหาที่ทำให้เครียดมากๆ อาการเริ่มต้น อาจเกิดในแบบเฉียบพลันทันทีหรือเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ ในกรณีที่อาการเริ่มต้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป จะมีอาการเริ่มต้นอย่างช้าๆอาจมีอาการสับสน มีความรู้สึกแปลกๆ ไม่อยู่ในความเป็นจริง อาการจะค่อยๆมากขึ้น ทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างรู้สึกว่าผู้ป่วยเปลี่ยนไปจากบุคลิกภาพเดิม อาการเหล่านี้เป็นอาการเริ่มต้นที่ช่วยเตือนว่าอาจจะมีการเริ่มต้นของโรคจิตเภทแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ควรทำคือการปรึกษาแพทย์เพื่อรับการบำบัดรักษาแต่เนิ่นๆ ซึ่งจะช่วยให้การรักษาได้ผลดีกว่าการปล่อยไว้นานจนเป็นการเจ็บป่วยเรื้อรัง เชื่อว่าโรคจิตเภทเกิดจากความผิดปกติของสมองบางส่วน โดยอาจขาดการกระตุ้นให้ทำงานจากสารสื่อสารของใยประสาทในสมอง ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของโรคจิตเภท ดูเหมือนว่ากรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมจะมีอิทธิพลต่อการเกิดโรคนี้พอๆกัน และนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ตรงไปตรงมาว่ายีนส์อะไร สารเคมีตัวไหน หรือความเครียดแบบใดที่เป็นสาเหตุของโรคจิตเภทนี้โดยตรง แต่มีสาเหตุมาจากปัจจัยทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งทางร่างกายนั้นเกิดจากความผิดปกติในการทำงานของสมองในการสร้างสารบางอย่างที่มีปริมาณมากหรือน้อยเกินไป ส่วนทางด้านจิตใจนั้น เกิดจากความเครียดในชีวิตประจำวัน การรักษาโรคจิตเภท 1.รักษาอาการให้หายหรือบรรเทาลง 2.ป้องกันไม่ให้ป่วยอีก โดยการให้ยากินติดต่อกัน หลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้ป่วย 3.การฟื้นฟูสมรรถภาพ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่นฝึกทักษะ การใช้ชีวิตในสังคม ทักษะในการประกอบอาชีพ ทักษะในการสื่อสาร

« go backkeep looking »